26 มิ.ย. 2557

สิ่งของเสียหายจากการส่งของไปรษณีย์ไทย

เมื่อสิ่งของที่มีคนส่งมาหาเราทางไปรษณีย์เกิดความเสียหายเนื่องจากการส่งนั้น เราจะเรียกร้องอะไรได้บ้างและเรียกร้องจากใคร ??

ไปรษณีย์เสียหาย


แรกเริ่มเดิมทีการรับส่งไปรษณียภัณฑ์นั้นเป็นหน้าที่ของกรมไปรษณีย์โทรเลข ต่อมาและต่อมาก็แปลงรูปเปลี่ยนร่างเป็น บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด ตามมติของคณะรัฐมนตรี ซึ่งเป็นนิติบุคคลดำเนินกิจการไปรษณีย์และธุรกิจอันเกี่ยวกับกิจการไปรษณีย์

จดหมายหรือพัสดุของเรานั้นคือ "ไปรษณียภัณฑ์" ตามพระราชบัญญัติไปรษณีย์ พุทธศักราช 2477 มาตรา 4 ซึ่งได้ให้คำนิยามไว้ว่า  “ไปรษณีย์ภัณฑ์” หมายความว่า จดหมาย ไปรษณีย์บัตร ไปรษณีย์บัตรตอบรับ หนังสือกิติยคดี ตัวอย่างหรือแบบสินค้า ของตีพิมพ์ทุกชนิด หนังสือพิมพ์ลงทะเบียน ห่อจดหมาย ห่อพัสดุ ธนาณัติ เช็คไปรษณีย์ หรือวัตถุอย่างอื่นที่นำมาใช้ในการสื่อสารไปรษณีย์

ตาม พ.ร.บ.ไปรษณีย์ 2477 ไปรษณียภัณฑ์ที่จะได้รับชดใช้ค่าสินไหมทดแทนเนื่องจากความเสียหายนั้น จะต้องเป็นไปรษณียภัณฑ์ลงทะเบียนหรือรับประกัน ซึ่งตามมาตรา 29 ได้กำหนดเรื่องการใช้ค่าสินไหมทดแทนในการที่ไปรษณียภัณฑ์ลงทะเบียนหรือไปรษณียภัณฑ์รับประกันสูญหายหรือแตกหัก โดยไม่ได้เกิดจากเหตุสุดวิสัย หรือเกิดจากสภาพแห่งไปรษณียภัณฑ์เอง หรือเกิดเพราะความผิดของผู้ฝากหรือผู้รับไว้ และมาตรา 30 กำหนดไว้ว่า ไปรษณียภัณฑ์ที่ผู้ฝากระบุแจ้งราคาไว้ให้สันนิษฐานว่าไปรษณียภัณฑ์นั้นมีราคาตามที่แจ้ง ซึ่งผู้ฝากจะเรียกค่าสินไหมทดแทนได้ไม่เกินราคาที่ระบุแจ้งไว้ แต่อย่างไรก็ตาม มาตรา 33(3) กำหนดว่า บริษัทไปรษณีย์ไทยอาจจำกัดจำนวนเงินค่าสินไหมทดแทนได้ ดังนั้น แม้เราจะได้ระบุแจ้งราคาไปรษณียภัณฑ์ของเราให้ทางไปรษณีย์ทราบแล้ว หากเกิดความเสียหายขึ้นมา เราก็อาจไม่ได้รับชดใช้ค่าสินไหมทดแทนอย่างเต็มจำนวนราคานั้น โดยบริษัทไปรษณีย์ไทยได้จำกัดจำนวนเงินค่าสินไหมทดแทนอย่างสูงไว้ดังนี้ 

  • ไปรษณีย์ด่วนพิเศษ      1,000  บาท
  • ไปรษณียภัณฑ์ลงทะเบียน     300 บาท 
  • ไปรษณียภัณฑ์รับรอง      150  บาท
  • พัสดุไปรษณีย์       1,000 บาท
  • พัสดุไปรษณีย์เก็บเงิน      2,000 บาท 
  • ไปรษณีย์ด่วนพิเศษเก็บเงิน      2,000 บาท 
  • ไปรษณียภัณฑ์และพัสดุไปรษณีย์รับประกัน   ไม่เกิน  5,000 บาท    
  • หากสิ่งของส่งทางไปรษณีย์เกิดการสูญหายหรือเสียหายทั้งหมด เพราะความผิดของทางการไปรษณีย์ผู้ฝากส่งหรือผู้รับนอกจากจะได้รับการชดใช้ค่าเสียหายแล้ว ยังจะได้รับคืนค่าไปรษณียากรและค่าบริการพิเศษ 
เมื่อ พ.ร.บ.ไปรษณีย์ 2477 ได้กำหนดเรื่องค่าสินไหมทดแทนไว้เป็นการเฉพาะแล้ว เราจึงไม่นำหลักกฎหมายในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ เรื่องค่าสินไหมทดแทนมาใช้กับกรณีความเสียหายที่เกิดจากการรับส่งไปรษณียภัณฑ์

การเรียกร้องค่าสินไหมทดแทน จึงเรียกร้องได้ทั้งจากพนักงานไปรษณีย์ผู้จงใจหรือประมาทเลินเล่อทำให้ไปรษณียภัณฑ์ของเราสูญหายหรือแตกหัก และจากบริษัทไปรษณีย์ไทยในฐานะนายจ้าง ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 425 โดยบริษัทไปรษณีย์ไทยเป็นนิติบุคคลตามกฎหมายแพ่ง ไม่ได้เป็นหน่วยงานของรัฐ จึงไม่นำหลักกฎหมายเรื่องความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่มาใช้

ทั้งนี้ เรามีสิทธิที่จะขอเปิดไปรษณียภัณฑ์ที่เราจะได้รับต่อหน้าพนักงานไปรษณีย์ได้ตาม พ.ร.บ.ไปรษณีย์ 2477 มาตรา 31 เพื่อให้เกิดความโปร่งใสในการตรวจสอบไปรษณียภัณฑ์ที่เสียหาย

มาตรา 31  ผู้รับ หรือผู้ฝากมีสิทธิที่จะขอให้เปิดไปรษณียภัณฑ์ที่จะส่งมอบแก่ตนก่อนรับต่อหน้าพนักงานเจ้าหน้าที่ของกรมได้ ในกรณีเช่นนี้ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่นั้นทำบันทึกแสดงพฤติการณ์หรือข้อเท็จจริงตามที่ปรากฏแก่ตนไว้ แล้วลงลายมือชื่อทั้งสองฝ่ายไว้เป็นสำคัญ

อย่างไรก็ตาม เราไม่ควรขีดเขียนถ้อยคำหยาบคายด่าทอพนักงานไปรษณีย์ด้วยความโกรธแค้นจากการที่เคยได้รับความเสียหายจากการรับส่งไปรษณีย์ เพราะการกระทำเหล่านี้เป็นความผิดมีโทษทั้งจำและปรับ
ไปรษณีย์แตก


มาตรา 24  ห้ามมิให้บุคคลใดส่งทางไปรษณีย์ ซึ่งไปรษณียภัณฑ์อันเห็นได้ประจักษ์ว่ามีถ้อยคำ เครื่องหมาย หรือลวดลายเป็นเสี้ยนหนามแผ่นดิน หรือหยาบช้าลามกหรือเป็นที่ยุยงส่งเสริมให้มีการกำเริบหรือหยาบคาย หรือขู่เข็ญ หรือกรรโชก หรือผรุสวาทอย่างร้ายแรง หรือสิ่งอื่น ๆ ที่ผิดกฎหมาย
มาตรา 64  ผู้ใดส่ง ขอให้รับ หรือจัดทำขึ้นแล้วส่งไปเพื่อให้ส่งไปรษณียภัณฑ์หรือสิ่งใด ๆ ทางไปรษณีย์ เป็นการฝ่าฝืนต่อมาตรา 23 หรือ 24 ผู้นั้นมีความผิดต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินห้าร้อยบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ท้ายนี้ เราควรจะหลีกเลี่ยงไม่ให้เกิดความเสียหายด้วยตัวเราเองก่อน โดยอาจบรรจุสิ่งของอย่างมิดชิดรัดกุม มีวัสดุกันกระแทก หรืออาจใช้บริการรับส่งของเอกชนรายอื่น เพราะเจ็บแล้วต้องจำ






ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น