4 ก.ค. 2557

เลิกจ้างเพราะปรับโครงสร้าง ไม่เป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม

          ทำงานทุ่มเทให้กับบริษัทมานาน วันดีคืนดีบริษัทปรับเปลี่ยนกลยุทธ์เพื่อการแข่งขันในโลกธุรกิจโดยปรับโครงสร้างการบริหารงานขององค์กรให้เล็กลงเพื่อประสิทธิภาพที่ดียิ่งขึ้น จึงต้องยุบหน่วยงานและเอาคนออกบ้าง  ซึ่งเราซวยกถูกไล่ออกหรือเลิกจ้างไปด้วย นี่มันเป็นธรรมแล้วหรือไรกับคนทุ่มเทอย่างเรา

เลิกจ้างโดยไม่เป็นธรรม



         เรื่องก็มีอยู่ว่า กระทาชายนายหนึ่ง เป็นลูกจ้างบริษัทแห่งหนึ่งในระดับผู้จัดการฝ่าย อยู่ดีๆ บริษัทนี้ต้องการปรับโครงสร้างการบริหารงานทั้งบริษัทให้มีขนาดเล็กลง โดยการยุบเลิกหน่วยงานและลดขนาดหน่วยงาน เพื่อให้การบริหารงานคล่องตัวและมีประสิทธิภาพดียิ่งขึ้น สามารถทำการค้าแข่งขันในโลกธุรกิจที่ดุเดือดและกดดันทัดเทียมคู่แข่ง กระทาชายนายนี้จึงถูกเลิกจ้างไปด้วย เมื่อตนเห็นว่าการเลิกจ้างครานี้เป็นการเลิกจ้างโดยไม่เป็นธรรม จึงนำเรื่องราวมาขอบารมีศาลเป็นที่พึ่ง เรียกร้องค่าเสียหายเป็นจำนวนเกือบครึ่งล้าน บริษัทก็ลุกสู้ไม่อยากเสียเงินให้ใคร ทั้งสองสู้กันมันหยดจนเรื่องถึงศาลฎีกาอันเป็นศาลสูงสุด ศาลฎีกาพิพากษาตัดสินโดยบอกว่าการเลิกจ้างกระทาชายรายนี้เป็นการเลิกจ้างโดยมีเหตุอันสมควรแล้ว ไม่เป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรมแต่อย่างใด ดังคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2124/2555 

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2124/2555 
         โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหายเป็นเงิน 4,128,000 บาท แก่โจทก์
          จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง
          ศาลแรงงานกลางพิพากษายกฟ้อง
          โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา
          ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า มีปัญหาต้องวินิจฉัยว่า การที่จำเลยเลิกจ้างโจทก์เนื่องจากจำเลยปรับเปลี่ยนโครงสร้างการบริหารใหม่ให้เหมาะสม เป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรมหรือไม่ และจำเลยต้องรับโจทก์กลับเข้าทำงานตามเดิมหรือชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ตามคำฟ้องหรือไม่ ศาลแรงงานกลางรับฟังข้อเท็จจริงยุติว่า จำเลยปรับเปลี่ยนโครงสร้างการบริหารงานและลดอัตรากำลังลูกจ้างลง ทำให้ต้องยุบและลดขนาดหน่วยงานบางหน่วย โดยปรับลดหน่วยงานทั้งบริษัทจากระดับแผนกหรือฝ่ายเหลือเพียงระดับงาน ให้หน่วยงานมีขนาดเล็ก แต่มีประสิทธิภาพในการทำงานสูงขึ้น เพื่อให้เกิดความคล่องตัวในการปฏิบัติงาน ง่ายต่อการควบคุมดูแลทางด้านการบริหารงานและลดการทุจริต ในฝ่ายจัดซื้อที่โจทก์ดำรงตำแหน่งผู้จัดการฝ่าย จำเลยปรับเปลี่ยนโครงสร้างเหลือเพียงระดับงานจัดซื้อไม่ขึ้นกับฝ่ายบริหาร พนักงานจัดซื้อไม่มีอำนาจตัดสินใจในการจัดซื้อ ซึ่งเป็นการปรับเปลี่ยนไปตามภาวะกระแสการแข่งขันทางธุรกิจของโลกปัจจุบันที่ทวีการแข่งขันสูงขึ้น ทั้งเป็นการลดต้นทุนและค่าใช้จ่ายในการผลิตลง โดยไม่มีการเลือกปฏิบัติให้เลิกจ้างเฉพาะโจทก์คนเดียว เห็นว่า จำเลยเลิกจ้างโจทก์สืบเนื่องมาจากจำเลยปรับเปลี่ยนโครงสร้างการบริหารงานทั้งหมด ต้องลดอัตรากำลังลูกจ้างลง ทำให้ต้องยุบหน่วยงานและลดขนาดหน่วยงานบางหน่วย มีการปรับลดหน่วยงานทั้งบริษัทจากระดับแผนกหรือฝ่ายลงเหลือเพียงระดับงาน รวมทั้งฝ่ายจัดซื้อที่โจทก์เป็นผู้จัดการฝ่ายก็ถูกปรับลดลงเป็นงานจัดซื้อ ไม่มีตำแหน่งผู้จัดการฝ่ายจัดซื้ออีกต่อไป การดำเนินการทั้งหมดจำเลยไม่ได้เลือกปฏิบัติเลิกจ้างเฉพาะโจทก์รายเดียว ดังนี้ ย่อมถือได้ว่าจำเลยเลิกจ้างโจทก์โดยมีเหตุอันสมควร ไม่เป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรมตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 49 จำเลยจึงไม่มีหน้าที่ต้องรับโจทก์กลับเข้าทำงานตามเดิมหรือชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ตามคำฟ้อง อุทธรณ์ของโจทก์ฟังไม่ขึ้น
          พิพากษายืน

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น