12 พ.ย. 2564

ค้างค่างวดเช่าซื้อรถ โดนบอกเลิกสัญญา แต่เรียกค่าขาดราคาไม่ได้

เรื่องมีอยู่ว่า 

            นาย ส. ไปทำสัญญาเช่าซื้อรถจาก บริษัท ส. ในราคา 5 แสนกว่าบาท ต้องจ่ายค่างวด 60 งวด แต่นาย ส. จ่ายค่างวดไปเพียง 11 งวด ก็ไม่จ่ายซะแล้ว บริษัท ส. จึงมีจดหมายทวงให้ นาย ส.จ่ายค่างวดที่ค้าง ภายใน 30 วัน  หากไม่จ่ายก็ให้ถือว่าจดหมายฉบับนี้เป็นการบอกเลิกสัญญา

            ต่อมา ปรากฏว่า นาย ส. ไม่จ่ายเงินตามจดหมายทวง บริษัท ส. ตามหารถคันที่ให้เช่าซื้อเจอ จึงยึดเอากลับคืนไปก่อนที่จะครบ 30 วันตามจดหมายบอกเลิกสัญญา โดยนาย ส. ก็ไม่ได้ขัดขืนแต่กลับยินยอมให้ บริษัท ส. เอารถไปด้วย โดย บริษัท ส. ได้จัดทำใบรับมอบและตรวจสภาพรถ และบันทึกการบอกเลิกสัญญาเช่าซื้อและส่งมอบทรัพย์คืนไว้ด้วย

            ต่อมา บริษัท ส. ฟ้อง นาย ส. ให้จ่ายเงินที่ค้าง ค่าขาดราคา และค่าขาดประโยชน์ ตามสัญญาเช่าซื้อ รวมเป็นเงิน 2 แสนกว่าบาท



ศาลฎีกาพิจารณาแล้วเห็นว่า 

            บริษัท ส. กลับเข้าครอบครองรถตอนที่สัญญาเช่าซื้อยังไม่เลิกกัน ส่วน นาย ส. ก็ไม่มีสิทธิบอกเลิกสัญญาโดยการส่งมอบรถคืนให้ บริษัท ส. ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 573 เพราะนาย ส. เป็นฝ่ายผิดนัดค้างค่างวด แต่นาย ส. ก็ยินยอมให้บริษัท ส. เอารถไปโดยไม่ได้โต้แย้งคัดค้าน 

            ดังนั้น จึงถือว่า บริษัท ส. และนาย ส. สมัครใจเลิกสัญญาต่อกันโดยปริยาย เมื่อการเลิกสัญญากรณีนี้เป็นไปด้วยเหตุอื่นที่ไม่ใช่เลิกสัญญาเพราะเหตุที่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งผิดสัญญา สิทธิและหน้าที่ตามสัญญาเช่าซื้อจึงระงับไป คู่สัญญาไม่มีสิทธิและหน้าที่ตามสัญญาอีกต่อไป บริษัท ส. จึงไม่มีสิทธิเรียกค่าขาดราคาจากค่าเช่าซื้อตามสัญญา แต่บริษัท ส. ยังคงมีสิทธิเรียกให้ นาย ส. จ่ายเงินจากการใช้รถในระหว่างที่ยังคงครอบครองใช้สอยอยู่ได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 391 วรรคสาม

            (คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3343/2563)

คำแนะนำของทนายความ ที่ปรึกษากฎหมาย

            หากเราจ่ายค่าเช่าซื้อรถต่อไปไม่ไหว อย่าฝืนรั้งไว้เลย ให้ส่งรถคืนแก่บริษัทไป ซึ่งการคืนรถไปนี้ถือเป็นการเลิกสัญญาเช่าซื้อตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 573 แต่การคืนรถไปนั้น เราต้องไม่ค้างจ่ายค่างวดรถด้วย จึงจะเป็นการเลิกสัญญาตามกฎหมาย


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น