10 มี.ค. 2565

เอาข้อมูลบนหน้าบัตรเครดิตของคนอื่นไปใช้โดยมิชอบ แม้ไม่ได้เอาตัวบัตรไปใช้ก็ผิดฐานใช้บัตรอิเล็กทรอนิกส์ของผู้อื่นโดยมิชอบ

ยุคสมัยปัจจุบันบัตรเครดิตเป็นสิ่งอำนวยความสะดวกในการชำระราคาสินค้าหรือบริการได้เป็นอย่างดี ทำให้เราได้ใช้สินค้าหรือบริการก่อนแล้วค่อยจ่ายทีหลัง สามารถผ่อนชำระค่าสินค้าได้ หรือใช้สำหรับการซื้อสินค้าหรือบริการผ่านทางออนไลน์โดยไม่จำเป็นต้องเดินทางไปรูดบัตรที่ร้านค้าก็ได้โดยใช้ข้อมูลบนหน้าบัตรเครดิตนั้นเอง 

"บัตรเครดิต" ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 1 (14) ถือเป็นบัตรอิเล็กทรอนิกส์อย่างหนึ่ง ซึ่งสามารถใช้ชำระค่าสินค้าหรือบริการแทนการชำระด้วยเงินสดได้ บัตรเครดิตจึงเป็นหนึ่งในสิ่งของที่คนร้ายมักหมายปอง การที่คนอื่นเอาบัตรเครดิตของเราไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาตหรือไม่ชอบด้วยวิธีการใด ๆ เช่น ลักขโมยเอาบัตรเครดิตไปแล้วเอาไปใช้รูดซื้อสินค้าต่าง ๆ กฎหมายก็คุ้มครองและเอาผิดกับผู้ที่เอาบัตรเครดิตของเราไป โดยบัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายอาญา ตั้งแต่มาตรา 269/1 - 269/15 แต่ปัญหามีอยู่ว่า การที่คนร้ายเอาไปแต่เพียงข้อมูลบนหน้าบัตรเครดิตของเราไปใช้โดยมิชอบ แต่ไม่ได้เอาตัวบัตรเครดิตนั้นไปด้วย จะผิดฐานใช้บัตรอิเล็กทรอนิกส์ของผู้อื่นโดยมิชอบ หรือไม่

(pixabay.com)

สำหรับปัญหาข้างต้น เคยมีคดีหนึ่ง ธนาคารได้ออกบัตรเครดิตให้ผู้เสียหายเพื่อนำไปใช้ชำระค่าสินค้า ค่าบริการหรือหนี้อื่นแทนการชำระด้วยเงินสด แต่มีคนร้ายนำข้อมูลบนหน้าบัตรเครดิตดังกล่าวไปจ่ายค่าที่พักผ่านเว็บไซต์ agoda.com แทนการชำระด้วยเงินสด โดยผู้เสียหายไม่ได้ยินยอม ผู้เสียหายจึงฟ้องร้องเอาผิดกับคนร้ายให้ได้รับโทษตามกฎหมายในความผิดอาญาฐานใช้บัตรอิเล็กทรอนิกส์ของผู้อื่นโดยมิชอบ ในประการที่น่าจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน โดยเป็นบัตรอิเล็กทรอนิกส์ที่ผู้ออกได้ออกให้แก่ผู้มีสิทธิใช้ เพื่อใช้ประโยชน์ในการชำระค่าสินค้า ค่าบริการหรือหนี้อื่นแทนการชำระด้วยเงินสด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 269/5 ประกอบมาตรา 269/7

คนร้ายต่อสู้คดีโดยอ้างว่า การที่ตนนำข้อมูลบนหน้าบัตรเครดิตไปใช้โดยผู้เสียหายไม่ยินยอมดังกล่าว ไม่เป็นความผิดฐานใช้บัตรอิเล็กทรอนิกส์ของผู้อื่นโดยมิชอบ เพราะข้อมูลบนหน้าบัตรเครดิตไม่ใช่บัตรอิเล็กทรอนิกส์

ศาลฎีกามีคำพิพากษาในคดีนี้โดยเห็นว่า บัตรเครดิตนั้นถือเป็นบัตรอิเล็กทรอนิกส์ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 1 (14) ก แต่ข้อมูลบนหน้าบัตรเครดิต ซึ่งได้แก่ หมายเลขบัตรเครดิต ชื่อผู้ถือ และวันหมดอายุ ไม่ถือเป็นบัตรอิเล็กทรอนิกส์ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 1 (14) ข เนื่องจากมีการออกเอกสารหรือวัตถุอื่นใดให้ อย่างไรก็ตาม ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 1 (14) เป็นเพียงนิยามว่า สิ่งใดเป็นบัตรอิเล็กทรอนิกส์เท่านั้น ไม่ได้ระบุวิธีเกี่ยวกับการใช้บัตรอิเล็กทรอนิกส์ไว้โดยเฉพาะ การพิจารณาว่าการกระทำใดเป็นการใช้บัตรอิเล็กทรอนิกส์จึงต้องพิจารณาว่าการกระทำนั้นเป็นวิธีใช้โดยทั่วไปของบัตรอิเล็กทรอนิกส์นั้นหรือไม่ โดยไม่จำกัดว่าต้องเป็นการนำตัวบัตรเครดิตไปใช้โดยตรง ซึ่งปัจจุบันการกรอกข้อมูลบัตรเครดิตเพื่อชำระค่าสินค้าหรือบริการแทนการชำระด้วยเงินสดผ่านทางเว็บไซต์ โดยผู้รับชำระไม่ต้องเห็นบัตรเครดิต เป็นวิธีใช้บัตรเครดิตโดยทั่วไปวิธีหนึ่ง การที่คนร้ายนำข้อมูลบนหน้าบัตรเครดิตดังกล่าวไปจ่ายค่าที่พักผ่านเว็บไซต์ agoda.com แทนการชำระด้วยเงินสด โดยผู้เสียหายไม่ได้ยินยอม จึงเป็นการใช้บัตรเครดิตแล้ว จึงเป็นความผิดอาญาฐานใช้บัตรอิเล็กทรอนิกส์ของผู้อื่นโดยมิชอบ ในประการที่น่าจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน โดยเป็นบัตรอิเล็กทรอนิกส์ที่ผู้ออกได้ออกให้แก่ผู้มีสิทธิใช้ เพื่อใช้ประโยชน์ในการชำระค่าสินค้า ค่าบริการหรือหนี้อื่นแทนการชำระด้วยเงินสด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 269/5 ประกอบมาตรา 269/7 (คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 350/2564)

ดังนั้น จึงกล่าวโดยสรุปสั้น ๆ ได้ว่า การเอาข้อมูลบนหน้าบัตรเครดิตของคนอื่นไปใช้โดยมิชอบ แม้ไม่ได้เอาตัวบัตรไปใช้ก็ผิดฐานใช้บัตรอิเล็กทรอนิกส์ของผู้อื่นโดยมิชอบ

ณัฐกิตติ์ สมสุข เขียน

--------------------------------------------------------------------------------

หากไม่ได้รับความเป็นธรรม สามารถปรึกษาทนายความ หรือที่ปรึกษากฎหมายได้ที่ 
Line ID: @871wnshx    Facebook: TheThaiLawyer   Email: thethailawyer@gmail.com



ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น